88. โรคกังวล (Anxiety neurosis) / โรคประสาทกังวล (Anxiety reaction)(1)_______________


รูปที่ 1 Anxiety Neurosis (2) รูปที่ 2 อาการ Anxiety Neurosis (3)
โรคกังวล เป็นโรคประสาทที่พบได้บ่อยที่สุด พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า พบมากในช่วงอายุ 20-35 ปี และวัยสูงอายุ คนทุกระดับการศึกษาและฐานะมีโอกาสเป็นโรคนี้เท่า ๆ กัน
ผู้ป่วยจะมีความวิตกกังวลเป็นอาการสำคัญร่วมกับมีอาการทางร่างกายเกือบทุกระบบ
สาเหตุ_________________________________________________________________________
ผู้ที่เป็นโรคนี้ อาจมีสาเหตุทางกรรมพันธุ์ (พบว่าพ่อแม่พี่น้องของผู้ป่วยเป็นโรคนี้ด้วย) หรือเกิดจากบุคลิกเดิมที่หวาดหวั่นวิตกกังวลง่ายหรือขี้อาย หรือเกิดจากความเครียดทางจิตใจ เช่น ปัญหาครอบครัว (สามีเจ้าชู้กินเหล้ามายา เล่นการพนัน ทะเลาะเบาะแว้ง) ปัญหาเศรษฐกิจ (ยากจน ทำนาไม่ได้ผล เป็นหนี้สิน) ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่การงาน การเรียน หรือเกิดจากการสูญเสีย (เช่น ญาติตาย) เป็นต้น
ผู้ป่วยอาจมีอาการของโรคนี้ทันทีที่เกิดความเครียดหรือภายหลังจากเกิดความเครียดเป็นเวลานาน
อาการ_________________________________________________________________________
ผู้ป่วยจะมีความวิตกกังวลโดยไม่มีสาเหตุชัดเจนหรือ จากสาเหตุเล็กน้อยที่ไม่สมเหตุผลหรือวิตกกังวลเกินเหตุ
อาการสำคัญที่พบได้ทุกคน คือ นอนหลับยาก (เมื่อเข้านอนแล้ว กว่าจะหลับใช้เวลานาน) และอาจมีอาการฝันร้ายบ่อย
ผู้ป่วยจะมีอาการหงุดหงิด โมโหง่าย ไม่มีสมาธิ ตื่นเต้นตกใจง่าย มักมีอาการใจสั่นใจหวิว เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียปวดมึนศีรษะ เวียนศีรษะ หน้ามืดบ่อย เบื่ออาหาร ชาหรือวูบวาบตามตัวและแขนขา มือสั่น เหงื่อออกง่าย
ผู้ป่วยอาจบ่นว่าอาการหายใจไม่พอ (หายใจไม่อิ่ม) จุกแน่นในลำคอ ออกร้อนในท้อง หรือเจ็บหน้าอก (บ่นเจ็บหน้าอกไม่เป็นเวลา อยู่เฉย ๆ หรือเวลานอนก็เจ็บ แต่เวลาออกกำลังหรือทำอะไรเพลินหายเจ็บ)
บางคนอาจมีอาการจุกเสียดท้อง คลื่นไส้ ท้องผูกหรือถ่ายเหลวบ่อย
บางคนอาจมีอาการหายใจหอบและมือจีบเกร็ง ซึ่งเป็นอาการของโรคหอบจากอารมณ์ (89), ชัก (โดยยังรู้สึกตัวดี ไม่กัดลิ้น ไม่ตกเตียง ไม่ปัสสาวะรดที่นอน), มีอาการซึมเศร้า, ท้อแท้สิ้นหวัง หรือไม่มีความรู้สึกทางเพศ
ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกกลัว เช่น กลัวตาย กลัวเป็นโรคหัวใจ โรคกระเพาะหรือมะเร็ง
ผู้ป่วยส่วนมากยังสามารถทำงานหรือดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ การตรวจร่างกาย มักจะไม่พบสิ่งผิดปกติ บางคนอาจมีความดันเลือดต่ำเล็กน้อย มือเท้าเย็น เหงื่อออก หน้าตาท่าทางไม่สบายใจหรือวิตกกังวล
การรักษา______________________________________________________________________
1. ให้ยากล่อมประสาท ได้แก่ ไดอะซีแพม (ย17.2) ขนาด 2 มก. 1 เม็ดวันละ 2-3 ครั้ง ถ้านอนไม่หลับให้ยานี้ ขนาด 5-10 มก. ก่อนนอน ไม่ควรให้ยาติดต่อกันนานเกิน 2 เดือน เพราะอาจทำให้ติดยาได้ เมื่ออาการดีขึ้น ควรหยุดยา
2. ให้ยารักษาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ (ย13), ยาแก้ปวด (ย1), ถ้าเบื่ออาหารให้วิตามินรวมหรือบีรวม (ย24)
3. พยายามพูดคุยซักถามสาเหตุที่เป็น รับฟังการระบายทุกข์ ให้กำลังใจและคำแนะนำ ให้ความมั่นใจแก่ผู้ป่วยว่าไม่ได้เจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจหรือโรคทางกายที่ร้ายแรงแต่อย่างใด และโรคนี้มีทางรักษาให้หายขาดได้
4. แนะนำให้ผู้ป่วยหมั่นออกกำลังกาย (เช่นเดินเร็ว วิ่งเหยาะ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ) และพยายามทำใจให้สงบ ฝึกผ่อนคลายความเครียด ด้วยการหายใจเข้าออกลึก ๆ ทุกวัน ในเวลาเช้าและเย็นนานครั้งละ 5-10 นาที หรือทำสมาธิเป็นประจำ
5. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 เดือนหรือผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง หรืออยากตาย ควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจ ถ้าเป็นโรคกังวลจริง ก็จะให้การรักษาแบบเดียวกัน
ในรายที่มีอาการซึมเศร้า ท้อแท้สิ้นหวัง อาจให้ยาแก้อาการซึมเศร้า เช่น อะมิทริปทีลีน (ทริปตานอล) ขนาด 10 หรือ 25 มก. วันละ 1-3 ครั้ง
ถ้ามีอาการเหนื่อยง่าย เหงื่อออก มือสั่น ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วกว่านาทีละ 100 ครั้ง อาจให้ยาปิดกั้นเบตา เช่น โพรพราโนลอล (Propranolol) ครั้งละ 10-40 มก. วันละ 2-3 ครั้ง ยานี้อาจทำให้ชีพจรเต้นช้าและความดันตก หน้ามืด วิงเวียน เป็นลมได้ และห้ามใช้ในคนที่เป็นหืด
ผลการรักษา ขึ้นกับสาเหตุและตัวผู้ป่วย ถ้าเกิดจากความเครียดจากปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ และผู้ป่วยมีความเข้าใจในตัวเองดี ก็อาจหายได้ง่าย แต่ถ้าเกิดจากปัญหาที่แก้ไขยาก หรือผู้ป่วยมีบุคลิกเดิมเป็นคนคิดมาก ก็อาจเป็นเรื้อรังได้
ข้อแนะนำ______________________________________________________________________
1. เนื่องจากอาการที่พบในผู้ป่วยโรคกังวล อาจคล้ายกับโรคทางกายได้หลายอย่าง ดังนั้น ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ ควรซักถามและตรวจร่างกายให้แน่ใจว่าไม่ใช่โรคทางกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้ป่วยมีอาการน้ำหนักลด ซีด ชีพจรเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ มือสั่น เหงื่อออกมาก หรือเจ็บหน้าอกเวลาออกแรงมาก ๆ อาจเป็นคอพอกเป็นพิษ (121), โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (97), หรือโรคหัวใจขาดเลือด (96) ได้
2. การรักษาผู้ป่วยประเภทนี้ นอกจากการให้ยากล่อมประสาทแล้ว ยังต้องอาศัยการพูดคุย ฟังการระบายทุกข์ของผู้ป่วย ให้กำลังใจและปลอบใจผู้ป่วยเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงควรให้เวลาพูดคุยกับผู้ป่วยให้มาก
3. ห้ามบอกผู้ป่วยอย่างผิด ๆ ว่าเป็นโรคหัวใจ โรคหัวใจอ่อน โรคประสาท โรคประสาทอ่อน โรคประสาทกระเพาะ โรคประสาทหัวใจ โรคความดันต่ำ เลือดน้อย เป็นต้น เพราะผู้ป่วยจะไม่เข้าใจและเพิ่มความวิตกกังวลยิ่งขึ้น ทางที่ดีควรค่อย ๆ อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงสาเหตุของโรคนี้ และหาทางแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย
4. ผู้ป่วยบางคนอาจฝังใจว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ โรคกระเพาะ โรคความดันต่ำ และอาจขอตรวจเอกซเรย์ ตรวจคลื่นหัวใจ หรือขอร้องให้ตรวจรักษาในสิ่งที่ไม่จำเป็น ก็ควรพยายามอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ
เอกสารอ้างอิง___________________________________________________________
1. สุรเกียรต์ อาชานานุภาพ. ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป: หลักการวินิจฉัยและการ
รักษา/280โรคและการดูแลรักษา.กรุงเทพ: พิมพ์ดี กรุงเทพฯ. พิมพ์ครั้งที่ 3. 2544.
2. www.ayurvedicdietsolutions.com (picture: “รูปที่ 1 Anxiety Neurosis”)
3. altered-states.net (picture: “รูปที่ 2 อาการ Anxiety Neurosis ”)
ผู้เรียบเรียงข้อมูล นายธวัชชัย ธูปอ่อน ผู้ตรวจสอบ อ.ธีราพร ชนะกิจ
วันที่เรียบเรียงข้อมูล 24 เมษายน 2551