ลืมรหัสผ่าน?
หน้าหลัก arrow โรค arrow ความดันตกในท่ายืน
ความดันตกในท่ายืน พิมพ์ อีเมล์
Wednesday, 11 February 2009

93.  ความดันตกในท่ายืน (Postural hypotension)(1) _________________________

            Postural Hypotension

       รูปที่ 1 vertigo(2)

          ในคนปกติ เมื่อลุกขึ้นยืน จะทำให้มีเลือดคั่งที่เท้าเป็นเหตุให้ปริมาตรของเลือดที่ไหลเวียนในกระแสเลือดลดลง ร่างกายจะเกิดการปรับตัวโดยอัตโนมัติ ให้หลอดเลือดแดงหดตัวทันที เพื่อให้ความดันเลือดอยู่ในภาวะปกติ

            แต่ผู้ป่วยบางคน ไม่สามารถปรับตัวได้ตามปกติ ดังนั้น ขณะที่เปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่ายืน จะมีภาวะความดันโลหิตต่ำกว่าปกติทันที ทำให้มีอาการหน้ามืด วิงเวียน คล้ายเป็นลมไปชั่วขณะ เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ

            เราเรียกภาวะความดันต่ำขณะลุกขึ้นนี้ว่า ความดันตกในท่ายืน (Postural hypotension) ซึ่งอาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง

            สาเหตุที่พบบ่อย คือ เกิดจากยา เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง, ยานอนหลับ, ยารักษาโรคจิตบางชนิด เป็นต้น

            นอกจากนี้ยังอาจพบในผู้ป่วยเบาหวาน (117), ผู้ป่วยที่มีความกังวลเรื้อรัง, ผู้ป่วยที่เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ (87), ผู้ป่วยที่ขาดอาหาร, ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (78), โรคแอดดิสัน (126) เป็นต้น

            ในบางรายอาจตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน

อาการ_________________________________________________________________________

            มีอาการหน้ามืด วิงเวียน จะเป็นลม ขณะที่ลุกขึ้นนั่งหรือยืนทุกครั้ง อาจรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่าตาลายร่วมด้วย สักครู่หนึ่งก็หายเป็นปกติ

            ในรายที่เป็นมาก ๆ อาจมีอาการหมดสติ หรือชักร่วมด้วย เมื่อล้มตัวลงนอน ก็จะหายได้เอง

            การตรวจร่างกาย มักจะพบว่า ความดันช่วงบน (ความดันซิสโตลิก) ที่วัดในท่ายืนต่ำกว่าท่านอนมากกว่า 30 มิลลิเมตรปรอท เช่น ความดันในท่านอนวัดได้ 130/80 และความดันในท่ายืนวัดได้ 90/60 (ความดันช่วงบนในท่ายืนตกไป 40)

การรักษา______________________________________________________________________

1.      ถ้าตรวจพบสาเหตุชัดเจน ก็ให้การรักษาตามสาเหตุที่เป็น เช่น ถ้าเกิดจากยา ก็ควรจะลดยาลง ถ้าเป็นเบาหวานก็ให้การรักษาแบบเบาหวาน (117)

2.      ถ้าตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะและอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ

ถ้ามีภาวะความดันต่ำจนมีอาการมาก อาจให้กินยาเม็ดเอฟีดรีน (10.2) ขนาด 25 มก. วันละ 2-3 ครั้ง และแนะนำให้กินอาการเค็ม ควรให้ได้เกลือโซเดียมคลอไรด์ (เกลือทะเล) อย่างน้อยวันละ 10- 20 กรัม

ถ้าไม่ได้ผลอาจให้ฟลูโดรคอร์ติโซน (Fludrocortisone) วันละ 0.1-0.5 มก.

ข้อแนะนำ______________________________________________________________________

1.      ภาวะความดันตกในท่ายืน เป็นเพียงอาการที่ปรากฏให้เห็น ไม่ใช่โรค ดังนั้นจึงควรค้นหาสาเหตุ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ

2.      ควรแนะนำให้ผู้ป่วยลุกขึ้นจากเตียงช้า ๆ อย่าลุกพรวดพราด และบอกให้ผู้ป่วยกินอาหารเค็ม

3.      ควรแยกออกจากอาการวิงเวียน (73) กลุ่มที่มีสาเหตุไม่ชัดเจน ถึงแม้ว่าทั้งสองโรคนี้จะมีความดันเลือดต่ำคล้ายกัน แต่ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันตกในท่ายืน จะพบว่า ความดันช่วงบนในท่ายืนจะมีค่าต่ำกว่าในท่านอนมากกว่า 30 มิลลิเมตรปรอท ในขณะที่ความดันทั้งในท่ายืนและท่านอนของผู้ป่วยอีกโรคหนึ่งไม่ต่างกัน หรือต่างกันน้อยกว่า 30 มิลลิเมตรปรอท

เอกสารอ้างอิง__________________________________________________________________

1. สุรเกียรต์  อาชานานุภาพ. ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป: หลักการวินิจฉัยและการ

   รักษา/280โรคและการดูแลรักษา.กรุงเทพ: พิมพ์ดี กรุงเทพฯ. พิมพ์ครั้งที่ 3. 2544.

2. www.balanceandmobility.com (picture: รูปที่ 1 vertigo”)

ผู้เรียบเรียงข้อมูล นายธวัชชัย  ธูปอ่อน ผู้ตรวจสอบ อ.ธีราพร  ชนะกิจ

วันที่ 10 เมษายน 2551

ความรู้สำหรับประชาชน/ แผ่นพับ:

http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/007278.htm

หนังสือความรู้:

http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/lowbloodpressure.html

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 10 February 2009 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
© 2014 Drug and Health Information Unit
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.