ลืมรหัสผ่าน?
หน้าหลัก arrow โรค arrow เกลื้อน
เกลื้อน พิมพ์ อีเมล์
Wednesday, 26 August 2009

191.  เกลื้อน (Tinea versicolor) (1)________________________________________

Tinea VersicolorTinea versicolor - close-up

รูปที่ 1  เกลื้อนที่แผ่นหลัง(2)                    รูปที่ 2  Tinea versicolor(3)

          เกลื้อน เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราที่มีชื่อว่า มาลาสซีเซียเฟอร์เฟอร์ (Malassezia furfur) ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีอยู่ตามผิวหนังของคนเราเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว ในคนปกติถึงแม้จะเชื้อราชนิดนี้อยู่บนร่างกายก็ไม่ได้ทำให้เกิดโรค แต่คนบางคนที่มีเหงื่อออกมาก เชื้อรานี้จะเจริญงอกงามจนทำให้กลายเป็นเกลื้อน

            โรคนี้พบได้บ่อยในคนหนุ่มสาว พบน้อยในเด็กและคนสูงอายุ มักพบในคนที่ใส่เสื้อผ้าที่อบ หรือมีเหงื่อออกมาก เช่นคนที่ทำงานกลางแดด (ชาวไร่ ชาวนา กรรมกร) ทำงานแบกหาม ขับรถยนต์ นักกีฬา เป็นต้น

            คนที่เป็นเกลื้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก อาจมีภาวะบางอย่างที่สนับสนุนให้เกิดโรค เช่น การมีเหงื่อออกมากผิดปกติการตั้งครรภ์ ภาวะโลหิตจาง ขาดอาหาร วัณโรค หรือการได้สเตอรอยด์ติดต่อกันนาน ๆ เป็นต้น

            โรคนี้ติดต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งได้ยากมาก การเกิดโรคขึ้นกับภาวะร่างกายของผู้ป่วยที่เสริมให้เชื้อราที่มีอยู่บนผิวหนัง ของผู้ป่วยเจริญงอกงามมากกว่าการติดโรคจากการสัมผัสกับคนที่เป็นเกลื้อน

อาการ_________________________________________________________________________

            มีผื่นขึ้นเป็นดวงกลมเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 4-5 มิลลิเมตร จำนวนหลายดวง กระจายทั่วไปในบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เช่น หน้า ซอกคอ หลัง ไหล่ หน้าอก เป็นต้น ผื่นมักแยกกันอยู่เป็นดวง ๆ บางครั้งอาจมาต่อกันเป็นแผ่นขนาดใหญ่ ผื่นจะมีสีได้หลายสี ตั้งแต่สีขาว น้ำตาลจาง ๆ จนถึงน้ำตาลแดง เห็นเป็นรอยด่างหรือรอยแต้ม

            ในระยะที่เป็นใหม่ ๆ ถ้าเอาเล็บขูดผื่นเหล่านี้ จะร่วนออกมาเป็นสะเก็ดขาวเป็นขุย ๆ

            คนที่เป็นมักไม่มีอาการคัน ยกเว้นในบางครั้งขณะมีเหงื่อออกมาก อาจรู้สึกคันเล็กน้อยพอรำคาญ

การรักษา______________________________________________________________________

            ทาด้วยยาน้ำโซเดียมไทโอซัลเฟตชนิด 20% (ย25.3) ซึ่งสามารถซื้อเป็นยาสำเร็จรูป หรืออาจเตรียมเองโดยผสมตัวยานี้ (หาซื้อจากร้านถ่ายรูปก็ได้ มีชื่อว่า ไฮโป ซึ่งใช้ผสมเป็นน้ำยาล้างรูป) หนัก 12 กรัมกับน้ำกลั่นหรือน้ำสุกที่ใส่เต็มขวดยาขนาด 60 ซี.ซี. (เช่น ขวดที่ใส่เพนวีชนิดน้ำเชื่อม) ยานี้ผสมแล้วจะเสื่อมภายใน 2 สัปดาห์ ถ้าจะใช้อีกต้องเตรียมใหม่ ทาบาง ๆ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นหลังอาบน้ำ ถ้าดีขึ้นควรทาติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์

            หรือจะใช้ขี้ผึ้งรักษากลากเกลื้อน (ย25.1) ขี้ผึ้งกำมะถัน (ย25.2) ครีมแดกทาริน หรือ  อีซอนที แทนก็ได้

            หรือจะใช้แชมภูสระผมเซลซัน (มีตัวยาซีลีเนียมซัลไฟด์) โดยอาบน้ำเช็ดตัวให้แห้งก่อน แล้วใช้สำลีชุบยาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วอาบน้ำใหม่ ล้างยาออก ทำเช่นนี้วันละครั้งนาน 6 สัปดาห์ แต่ระวังอาจแพ้ เกิดอาการบวมแดงคันหรือเหมือนน้ำร้อนลวกได้ ถ้าแพ้ควรเลิกใช้

ข้อแนะนำ______________________________________________________________________

            1. อย่าใส่เสื้อผ้าที่อับเหงื่อนาน ๆ ควรรักษาความสะอาดของร่างกายและเสื้อผ้าอยู่เสมอ

            2. บางคนเมื่อรักษาหายแล้วอาจกำเริบได้ใหม่อีก อาจป้องกันได้ โดยทายาตัวหนึ่งตัวใดดังกล่าวทุกเดือนเดือนละ 2 วันติดต่อกัน ทาวันละ 2 ครั้งเช้าและเย็นหลังอาบน้ำ

            3. ห้ามทาด้วยครีมสเตอรอยด์ (ย12) อาจทำให้โรคลุกลามได้ เวลาซื้อยาจากร้านยามาใช้เอง ระวังอย่าซื้อยาที่เข้าสเตอรอยด์มาใช้

            4. อย่าใช้ขี้ผึ้งเบอร์ต่าง ๆ หรือยาน้ำที่ทาแสบ ๆ เพราะไม่ค่อยได้ผล บางคนอาจทำให้ผิวหนังไหม้และอักเสบได้

            5. คนที่เคยเป็นเกลื้อน เมื่อหายแล้ว อาจเป็นใหม่ได้อีก เพราะเชื้อราที่เป็นสาเหตุ เป็นเชื้อราที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราเป็นปกติวิสัยอยู่แล้ว

            แต่ถ้าเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ อาจมีภาวะผิดปกติของร่างกายอื่น ๆ ร่วมด้วย

            6. ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาเกลื้อนชนิดกิน แม้แต่ยาเม็ดกริซิโอฟุลวิน ที่ใช้รักษากลาก ก็ใช้กับเกลื้อนไม่ได้ผล

            7. รอยด่างขาวที่ผิวหนัง ถ้าเป็นเกลื้อนผิวหนังบริเวณนั้น จะย่นเล็กน้อย และมีสะเก็ดบางเลื่อมสีขาว น้ำตาบหรือแดงเรื่อ ๆ คลุมอยู่บนผิว เวลาเอาเล็บขูดจะเป็นขุย

            ควรแยกออกจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคด่างขาว (203) กลากน้ำนม (203) ซึ่งทาด้วยยารักษาเกลื้อน จะไม่ได้ผล (ดูแผนภูมิที่63)

เอกสารอ้างอิง__________________________________________________________________

1.      สุรเกียรต์ อาชานานุภาพ. ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป: หลักการวินิจฉัยและรักษาโรค/280 โรคและการดูแลรักษา. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี กรุงเทพฯ. พิมพ์ครั้งที่ 3. 2544.

2.      www.trangskin.org (picture :”เกลื้อนที่แผ่นหลัง”)

3.      www.nlm.nih.gov (picture :”Tinea versicolor”)

ผู้เรียบเรียงข้อมูล นางสาววิวรรณ วรกุลพาณิชย์ ผู้ตรวจสอบ อ.ธีราพร  ชนะกิจ

วันที่เรียบเรียงข้อมูล 2 เมษายน 2551

ความรู้สำหรับประชาชน/แผ่นพับ:

http://en.wikipedia.org/wiki/Tinea_versicolor

หนังสือความรู้:

http://www.netlibrary.com/Search/SearchResults.aspx?__EVENTTARGET=...

วารสารที่น่าสนใจ:

http://adc.bmj.com/cgi/reprint/92/11/1040

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 26 August 2009 )
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
© 2014 Drug and Health Information Unit
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.